เมล์นรก...

ตามประสาคนไทยที่ดี ที่ไม่อยากเอารถมาขับ
ให้รถราใน กอ ทอ มอ มันติดขัดมากกว่าที่เป็นอยู่
เพราะที่เป็นอยู่วันนี้มันก็นรกแตกพอดูแล้ว
ดังนั้นทางเลือกในการเดินทางของผมก็ืคือ
การนั่งรถโดยสารขสมก. มาต่อ BTS เวลาไปทำงานนั่นเอง

ผมนั่งรถเมล์มาหลายปีดีดัก ก็สะดวกสบายดีไม่มีปัญหาอะไร
จะเบียดบ้าง ร้อนบ้าง เจอนู่นนี่นั่นบ้าง ก็ยังใช้โดยสารมาได้ตลอด
แต่มาปีนี้ รู้สึกจะเริ่มเจอเรื่องแปลกๆ T_T

- 1 -

เมื่อสัก 2-3 เดือนที่แล้ว ผมนั่งรถเมล์แดง ที่ติดสติ๊กเกอร์ "รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน" กลับที่พัก
ปรากฏว่า มีอีตาบ้าที่ไหนไม่รู้ที่นั่งเบาะข้างหลังผม มันส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายมาตลอดทาง
เดี๋ยวมันก็ะโงกหัวออกจากหน้าต่างไปร้องด่าคนนั้น คนนี้ เล่นเอาผมอกสั่นขวัญแขวนพอสมควร

หากเรื่องมันเกิดแค่เท่านี้ ผมคงไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะก็เป็นเรื่องที่เคยเจอมาบ้าง พอให้ชีวิตตื่นเต้น

แต่ระหว่างกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ดีๆ ก็มีคนเอามือมาผลักหัวผมจากทางด้านหลัง

ครับ... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นไอ้บ้านั่น

ไอ้กระผมก็หันหลังกลับไปทันที คิดในใจว่าสงสัยต้องมีเรื่องซะละมั้ง
ไอ้บ้านั่นมันก็ถามผมว่า

"เฮ้ย... รถคันนี้ผ่าน xxx หรือปล่าว"


โดยความโมโห ปนหงุดหงิด ผมก็เลยตอบมันไปว่า

"ผ่านครับ" (แบบสุภาพมากกกก จริงๆก็กลัวมันนะเนี่ย ฮ่าๆๆ)

พอผมตอบเสร็จ มันก็นั่งที่ของมันเหมือนเดิม แล้วสักพักมันก็โผล่หน้าไปนอกรถ
ตะโกนท้ารถเบนซ์ที่ขับมา ประมาณว่า ถ้าเจ๋งให้ไปเจอกันที่ xxx หน่อย
ผมแอบลุ้นในใจให้คนขับเบนซ์มันจุดเดือดต่ำหน่อยก็ดี
จะได้ชักปืนมายิงไอ้บ้านี่ซะเลย (ฮา)

สุดท้ายก็กลายเป็นผมที่นั่งเสียวสันหลังวาบไปตลอดทาง
พอลงได้ก็โล่งใจชิบหายเลย ฮ่าๆๆๆ

- 2 -

จากครั้งนั้นมา ผมเลยสาปส่งรถเมล์ฟรีมาตลอด ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากขึ้นเลย
เพราะไอ้บ้าบอที่ไหนก็ขึ้นมานั่งได้ แล้วก็นั่งไปได้เรื่อยๆ เพราะมันไม่ต้องเสียเงิน
และจริงๆแล้ว ปกติผมเองก็ไม่ขึ้นรถเมล์ร้อนอยู่แล้วถ้ามันไม่แบบ รอนานแล้วไม่มีรถจริงๆ

แต่พอมาเมื่อวาน ถึงจะนั่งรถส้มยูโร ก็จออีกจนได้ T_T
เวรจริงๆ

- 3 -

เมื่อวาน ผมก็ขึ้นรถเมล์กลับที่พักตามปกติครับ
ด้วยความที่ป้ายที่ผมขึ้นมันจะไม่ค่อยมีคนขึ้นเยอะ
ที่มันก็จะว่างเรื่อยๆ และผมก็จะได้นั่งบ่อยๆ

ดังนั้น พอขึ้นรถไปได้ ผมก็สอดส่ายสายตาหาที่นั่ง แล้วก็เจอว่าที่นั่งเบาะหลังสุด มันไม่มีคนนั่ง
ผมก็เลยเดินตรงไปที่เบาะหลังทันที
พอเดินไปถึง ก็เจอว่า มีอีตาบ้าอะไรก็ไม่รู้มันนั่งอยู่เบาะริม แล้วมันก็เอาตีนมาวางบนเบาะที่ผมจะนั่ง
พอมันเห็นผมเดินมา มันก็เอาตีนลง
ในใจผมก็คิดนะว่า มึงจะเอาเท้าขึ้นมาวางทำบ้าอะไรเนี่ย
ไม่มีมารยาทเลย

เอาว่า ด่ามัน(ในใจ)เสร็จ ผมก็นั่งตามปกติ
พอนั่งเสร็จ ผมก็เอาการ์ตูนออกมาอ่านฆ่าเวลาที่มีให้ฆ่าเยอะมาก กว่าจะไปถึงที่ที่ต้องลง

แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องบรรยายที่ที่ผมนั่งก่อน

คือผมนั่งอยู่ตรงเบาะท้ายของรถเมล์ครับ
ซึ่งจะเป็นเบาะยาวพรืดดดด 5 ที่นั่ง ซึ่งผมนั่งอยู่เบาะที่ 4 นับจากซ้ายไปขวา
ทางซ้ายมือผม เป็นน้องนักศึกษาที่นั่งตัวแข็ง
มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวตลอด (อันนี้เป็นเรื่องปกติของคนที่นี่ ไม่ได้แปลกอะไร)
ขวามือผม เป็นไอ้บ้าที่เล่าให้ฟัง

ระหว่างทางที่นั่งไป เจ้านี่มันก็พยายามขยับตัวยุกยิกไปมาตลอด
สักหน่อยก็พยายามปรับช่องแอร์ให้เป่าไปที่มันเยอะๆ
ผมก็เดาว่า เฮียแกคงร้อนกระมัง เลยอยากได้แอร์เยอะๆ
ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะผมเองเวลาร้อนๆก็ทำบ่อย
แต่ที่เริ่มผิดปกติคือ ไอ้บ้านี่ แม่งเดี๋ยวมันก็โยกไปโยกมา
เดี๋ยวมันก็ปรับช่องแอร์อีกแล้ว สักน่อย
มันก็ยกตื่นขึ้นมาผึ่งลม (กูก็เหม็นนะนั่น)

ผ่านไปได้หลายป้าย ตอนนี้ผมก็เริ่มเหมือนอีน้องข้างๆแล้วครับ
คือเริ่มนั่งตัวแข็งแล้ว ตาอ่านการ์ตูน แต่ชำเลืองไปด้านข้างไม่ได้ขาด
เพราะมันเริ่มไม่ชอบมาพากล

คือคนบ้าอะไร มันจะร้อนเอาเป็นเอาตายขนาดนั้น

ผมเริ่มมาคิดในใจแล้วว่า กูย้ายไปยืนที่อื่นแทนดีไหมเนี่ย
แต่ก็คิดว่า ไม่ดีมั้ง ถ้าเค้าไม่เป็นอะไรแค่ขี้ร้อนเฉยๆ มันจะมองเค้าในแง่ร้ายไปไหม
หรือ... ถ้าผมลุกไป แล้วอีน้องข้างๆเนี่ย ใครจะเป็นกันชนให้

ระหว่างที่ลังเลสองจิตสองใจอยู่นั้น ไอ้บ้านั่น มันก็ถลกเสื้อโชว์ซี่โครงของมัน
นัยว่ามันร้อนมากจนอยากถอดเสื้อว่างั้นเถอะ
แต่ใจผมเริ่มร้อนรนกว่ามันแล้ว
เพราะเริ่มคิดได้แล้วว่า มันต้องเป็นอะไรสักอย่างแน่ๆ

ระหว่างคนเป็นโรคประสาท กับพวกเมายาบ้า หรือเสี้ยนยา

แล้วจุดมาคุก็มาถึง...
เพราะหลังจากพี่ท่าน ผึ่งลมจนคลายร้อน
พี่เค้าก็เอาชายเสื้อลงมาไว้เหมือนเดิม
แล้วก็เริ่มโยกเยก ขยับตัวไปมาเหมือนตอนแรก
ตอนนี้ผมก็เริ่มคิดว่า เออ... ไม่น่าจะเป็นไรมั้ง
เดี๋ยวกูก็ลงแล้ว ฮ่าๆๆ (T_T)

แต่แล้ว... อยู่ดีไม่ว่าดี ไอ้บ้านั่นมันก็มีท่าใหม่ออกมาโชว์
คือมันก็เริ่มเอาหัวโขกกระจกโป้กๆ แบบคนสิ้นคิด
ผมก็คิดในใจว่า

ชิบหาย!!!

อาการอย่างนี้คือเสี้ยนยาแน่นอน (ประมาณว่าดูหนังมาเยอะ)

ไวปานวอก ตอนนี้ผมไม่สนใจอีน้องข้างๆแล้วว่า ถ้ากูลุกความซวยจะย้ายไปหามันไหม

กูลุกออกมาทันทีครับ

พอผมลุกปั๊บ ไอ้หนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ที่นั่งผม ก็พุ่งมานั่งแทนทันที
แวบหนึ่งที่สายตาเราสบกัน ผมพยายามบอกผ่านสายตาว่า

"โชคดีนะเพื่อน"

จากนั้นผมก็เบียดตัวออกไปยืนที่ประตูด้านหน้าของรถเมล์อย่างโล่งอก

- 4 -

พอเท้าผมแตะพื้นที่ป้ายรถเมล์ที่ผมต้องลง หัวใจมันโล่งมหาศาล
ผมไม่รู้ว่า ไอ้บ้านั่นมันเสี้ยนยาจริงหรือปล่าว
ความคิดที่หลายคนเคยกระแหนะกระแหนว่า
อย่ามองคนจากภายนอก จริงๆเค้าอาจจะไม่ได้เป็นอะไรหรือจะทำอะไรก็ได้
แต่เรามีอคติ เลยคิดไปเองต่างหาก

เอาว่า... มึงไม่นั่งอยู่งตรงนั้นมึงไม่รู้หรอกว่ามันน่าประสาทแดกขนาดไหน

จริงๆนะ

ปล. จริงๆแล้ว อยากร้องเรียนเรื่องนี้ไปทางท่าน "อปิ๊สิท" ให้ช่วยดูแลสังคมที่กำลังป่วยจากยาเสพย์ติด
มิจฉาชีพที่มากับเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ผมดูข่าววันก่อนก็เห็นท่านกำลังเร่งมือกู้เศรษฐกิจอย่างเมามันอยู่
ทั้งบินไปอังกฤษ เพื่อไปพูดที่อ๊อกฟอร์ด เดี๋ยวก็บินไปพูดที่นั่นที่นี่ ไอ้ความปลอดภัยในชีวิตชาวบ้านมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
ไว้ท่านว่างเมื่อไหร่ ค่อยเอาเรื่องไปรบกวนท่านก็แล้วกัน

ปล2. เพื่อนผมบอกว่า หากท่าน "อปิ๊สิท" ไม่ว่าง ให้แจ้งผ่านท่าน "สุเทือก" ได้ เพราะท่านเป็นผู้ปกครองนายกฯอีกที ไว้จะลองดูนะครับ
2