จดไว้: เรื่องที่จะไม่ยอมทำ

ชีวิตคนเรามันเหมือนมีปมนะครับ
คือคนเราที่มีชีวิตมาเนี่ย ตอนเด็กๆมันจะมีปมอะไรสักอย่าง
ถ้าเป็นปมดี มันก็พาชีวิตไปด้านดี ถ้าปมไม่ดีมันก็พาลพาชีวิตไปมีปมด้อย

และไอ้หนังละครหลังข่าวบ้านเราก็ชอบจังตอนสมัยผมเป็นเด็ก
ที่จะชอบเล่นเรื่องเด็กมีปัญหา มีปมด้อย ต้องไปดมกาวติดยาปัญญาอ่อนอะไรนั่น
แล้วละครก็จะสะท้อนว่า เอ้านายจ๋า... ตัวละครตัวนี้ไม่ได้เลวโดยสันดานห่านเหวอะไรนะ
แต่มันติดยา ดมกาว ขโมยข้าวของที่บ้านไปจำนำ เพราะ....

พ่อแม่ไม่มีเวลาให้

ถามว่าพ่อแม่เอาเวลาไปไหน ถ้าใครทันสมัยนั้นก็จะนึกออกเลยว่า..

อ้อ.. พ่องานยุ่ง ทำงานดึก (ไม่ใช่ติดอยู่เมืองนอก เข้ามาไม่ได้)
เสาร์อาทิตย์ บริษัทมีงาน ต้องไปตีกอล์ฟ กินข้าวกับลูกค้าอะไรราวๆนั้น
ลูกเลยขาดความอบอุ่น

คือ.. ผมดูแล้วคิดตลอดว่า
แค่เอาเวลาให้คนรอบข้าง คนที่เรารักเราห่วง
มันจะยากอะไรหนักหนา
เลยตั้งใจกับตัวเองว่า ถ้าโตมาเป็นผู้ใหญ่ จะไม่เอาคำอ้างแมวๆนี้มาใช้กับลูกหลานเป็นอันขาด
ผมเชื่อว่า "ครอบครัวต้องมาก่อน"

ตอนสมัยผมเรียนมหาวิทยาลัย มีอาจารย์ที่ผมชอบท่านนึง
ท่านชื่ออาจารย์อนัส (ถ้าเขียนผิดก็ขออภัยอาจารย์ด้วย)
อาจารย์เป็นคนที่เจ๋งมาก ผมเจออาจารย์ครั้งแรกตอนแรก Pascal
ซึ่งเป็นวิชาโปรแกรมมิ่งที่คณะวิศวะเค้าบังคับให้ปี 1 ทุกคนต้องเรียน
ผมเข้าเรียนครั้งแรก อาจารย์ก็จะเข้ามาอธิบายรายละเอียดของวิชา
ประมาว่า เรียนวันละกี่ครั้ง โครงสร้างคะแนนเป็นยังไง สอบแบบไหน
อะไรประมาณนี้ แต่ที่ประทับใจมาก เพราะอาจารย์บอกว่า
คลาสของผม ถ้าใครหิวเอาของมากินในห้องได้เลย ไม่ต้องหลบ
ขอแค่อย่ากลิ่นแรงก็พอ คือผมคิดในใจว่า โห... มหาลัยแม่งต้องแบบนี้สิวะ
เจ๋งมาก แต่ระหว่างที่กำลังปลื้มอยู่ อาจารย์แกก็ยิงดอกสองมาว่า
"อ้อ.. วิชาผมไม่มีนัดสอนวันเสาร์อาทิตย์นะครับ"
อาจารย์เว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนตบให้หัวคะมำว่า

"วันเสาร์อาทิตย์เป็นเวลาของครอบครัว ผมไม่ทำงานครับ"

เวลาของครอบครัว ต้องอย่าเอางานมาเบียดครับ
ตอนนี้ผมคิดว่า ถึงอาจารย์จะไม่ได้เป็นหัวหน้าภาควิชา เป็นคณบดี อธิการบดี
แต่อาจารย์คงเป็นคนที่มีความสุขชิบหาย
เพราะอย่างน้อยเจตนารมย์เล็กๆของอาจารย์ ก็ยังไม่เปลี่ยนไป

สมัยก่อนนั้น ผมก็เคยโดน manager ประเมินว่า
ไม่ให้ความร่วมมือในกิจกรรมของบริษัทเหมือนกันครับ
สาเหตุเพราะวันหยุดยาวปีนั้น ผมดันกลับบ้าน
ไม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับบริษัทและคุณผู้จัดการก็ตัดผมคะแนนข้อนี้
ตอนประเมินประจำปี และหลังจากผมเถียงแกอยู่นานแต่ยังไงแกก็ยืนยันจะตัดคะแนนผมเหมือนเดิม
ผมจำได้ว่า ตอนนั้นผมตอบกลับไปว่า

"ถึงพี่จะตัดคะแนนผมเพราะผมเลือกกลับไปอยู่กับพ่อแม่
แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็เลือกกลับบ้านไปหาพ่อแม่เหมือนเดิม"

แมนมาก ฮ่าๆๆ

มาปีนี้ เอาอีกแล้วครับ
คุณลูกค้าที่รักจะขึ้นระบบใช้งานวันแรงงานที่มันหยุดยาว 3 วันคอมโบ
ดังนั้นต้องมีแมวสักตัว ไม่ใช่สิ หลายตัวเลยต้องไปอยู่กับลูกค้าเพื่อรอ support เผื่อระบบมีปัญหา

ไอ้ปัญหาคือ คราวนี้ผมเป็น manager แล้ว
ต้องไปทำตัวบัดซบขอน้องๆให้ช่วยมา stand by ให้ลูกค้าในวันหยุด
ที่เลวกว่านั้นคือ วันหยุดนั้นผมก็มีดันแผนและมีนัดแล้วเหมือนกันว่าจะกลับบ้านที่ขอนแก่น
ถ้าเพื่อคุณลูกค้า ผมควรจะยกเลิกแผนซะ เพื่อมาอยู่โยงเฝ้าระบบกับน้องๆ
แต่ถ้าตามหลัการ ผมควรจะกลับบ้านตามแผนที่วางไว้และที่รับปากหลายคนไว้

ครับ... เป็นคนทั่วๆไปจะเลือกทำอะไรครับ

มีคนคนหนึ่งเคยบอกผมว่า

"ถ้าเราเลือกทำอะไรที่เราชอบทีละน้อย ต่อไปเราจะได้ทำมันมากขึ้นเรื่อยๆ
กลับกัน ถ้าเราต้องฝืนทำอะไรที่เราไม่ชอบ ต่อไปเราก็จะได้ทำมันมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน"

มีครั้งแรก มันก็จะมีครั้งที่สอง สาม สี่ ตามมา

ครับ...

ปัญหาของลูกน้อง ต้องให้ลูกพี่แก้
ปัญหาของลูกพี่ ก็ต้องให้ลูกพี่ของลูกพี่แก้

สำหรับผมแล้ว

Family Come First ครับ
3