เตรียมตัวสอบ Compre ของ MBA Chula

ปกติของการเรียนจบป.โท ที่จุฬาฯ จะมีการทำ IS
และสอบ Comprehensive หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า สอบคอมพรีฯ

ตอนแรกผมเข้าใจมาตลอดว่ามันแบกหนังสือเข้าไปเปิดในห้องสอบได้
ก็เพิ่งมาทราบตอนเรียนเทอมสุดท้ายนั่นล่ะว่ามันไม่ให้เอาหนังสือเข้าห้องสอบ

การสอบคอมพรีฯของ MBA ที่จุฬา จะเป็นการสอบ 4 ชม. รวด ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึงเที่ยง
โดยทางหลักสูตรจะมีกรณีศึกษามาให้อ่านหนึ่งชุด ว่ากันว่าหนาประมาณ 30 หน้า
ซึ่งในกรณีศึกษาก็จะมีงบการเงินมาให้ด้วย

นิสิตที่เข้าสอบจะต้องทำข้อสอบ 3 เล่มคือ
  • เขียนแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ให้มาในข้อสอบ
  • วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และเสนอแนะวิธีการปรับปรุงกิจการจากงบการเงินที่ได้
  • เขียนแผนทางการตลาดตามกลยุทธ์ที่เลือกใช้
ข้อสอบมีทั้งหมด 100 คะแนน โดยแผนกลยุทธ์จะมีคะแนนมากที่สุดคือ 40 คะแนน ที่เหลือจะส่วนละ 30 คะแนน ต้องทำให้ได้ 60% ทุกส่วนถึงผ่าน

วิธีทำข้อสอบ
จากที่แนะนำกันมารุ่นต่อรุ่นถึงวิธีการทำข้อสอบ พอจะสรุปแนวทางได้คือ
  1. พยายามอ่านเคสให้จบเร็วที่สุด ไม่ให้เกิน 45 นาที โดยวิธีที่ดีที่สุดคืออ่านคำถามก่อน ค่อยมาแสกนหาประเด็นในเคส
  2. เตรียมปากกา Highlight มาให้หลายๆสี เพื่อแยกประเด็นว่า ส่วนไหนคือจุดเน้นของแต่ละแผน ซึ่งผมเตรียมปลีกย่อยโดยแบ่งสีขอแต่ละแผนด้วย
  3. แบ่งเวลาตามคะแนนสอบ อันนี้ผมใช้เวลารวมทั้งหมด แล้วเอาคะแนนร้อยคะแนนหาร เช่นมีเวลาเหลือ 200 นาที ก็ให้เวลาในการทำข้อสอบคะแนนละ 2 นาที สมมติว่าข้อสอบข้อนั้น 5 คะแนน ก็ควรใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็พอ
  4. ลำดับการทำข้อสอบคือ ทำส่วนการเงินก่อน ค่อยมาทำแผนกลยุทธ์ แล้วปิดท้ายด้วยแผานการตลาด
  5. เขียนให้ครบทุกข้อ ครบทุกเนื้อหา แต่ไม่ต้องลงรายละเอียดมาก เพราะเวลามีน้อย อาจารย์ต้องการแค่ไอเดียจากเคส ไม่ได้ต้องการแผนอลังการงานสร้าง
  6. สอบแค่ผ่าน ไม่มีเกรด ดังนั้นไม่ต้องเอา A เอารอดก็พอ (ฮา)
เนื้อหาแต่ละส่วนที่ชอบออกสอบคือ

แผนกลยุทธ์ (เวลาประมาณ 1.20 ชม.)
สรุปปัญหาและประเด็น
วิเคราะห์ปัจจัยภายนอก ได้แก่ PEST + GC
วิเคราะห์อุตสาหกรรมโดยใช้ Five Forces Model ของ Porter
วิเคราะห์ตลาด + Market Life Cycle + KSF
วิเคราะห์คู่แข่ง (ถ้ามี)
สรุปจุดแข็ง จุดอ่อน
เขียน TOWS Matrix
แนะนำกลยุทธ์ สั้น กลาง ยาว

แผนการเงิน (เวลาประมาณ 1 ชม.)
  • วิคราะห์งบแสดงฐานะทางการเงิน
    • วิเคราะห์สินทรัพย์ ได้แก่ เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ที่ดินอาคารและอุปกรณ์
    • วิเคราะห์หนี้สิน ได้แก่ หนี้สินระยะสั้น เจ้าหนี้การค้า หนี้สินระยะยาว
    • วิเคราะห์ส่วนทุน ได้แก่ กำไรสะสม ส่วนของผู้ถือหุ้น
  • วิเคราะห์งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
    • วิเคราะห์รายได้
    • วิเคราะห์ต้นทุนขาย
    • วิเคราะห์ค่ายใช้จ่ายในการขาย
    • วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการบริหารและดำเนินการ
    • วิเคราะห์ดอกเบี้ย และกำไรสุทธิ
  • วิเคราะห์งบกระแสเงินสด (ถ้ามี)
    • วิเคราะห์รายได้จากกิจกรรมดำเนินการ
    • วิเคราะห์ค่าเสื่อมราคา
    • วิเคราะห์กระแสเงินสดที่ใช้ในการลงทุน
  • วิเคราะห์สัดส่วนสภาพคล่อง
    • Current Ratio, Quick Ratio, ระยะเวลาชำระหนี้ทั้งของลูกหนี้และเจ้านี้การค้า ระยะเวลาขายสินค้า Cash Cycle
  • วิเคราะห์สัดส่วนประสิทธิภาพ
    • ยอดขายต่อสินทรัพย์ ยอดขายต่อสินทรัพย์ถาวร
  • วิคราะห์คุณภาพของกำไร
    • อัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรจากการดำเนินงาน อัตรากำไรสุทธิ
  • วิเคราะห์ประสิทธิภาพด้านการเงิน
    • D/E Ratio
  • เสนอแนะแผนปรับปรุงทางการเงิน
    • อิงวิธีคิดจาก DuPont Analysis ซึ่งแนวทางที่มีหลักๆคือ
      • ยืมหนี้ยาวมาจ่ายหนี้สั้น เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
      • ลดต้นทุนในส่วนต่างๆ (COGS, บริหาร และดอกเบี้ยจ่าย)
      • เพิ่มรายได้ โดยการลงทุนเพิ่ม (ใช้สินทรัพย์ก่อน ตามด้วยกู้ และเพิ่มทุน)

แผนการตลาด (ไม่ควรเกิน 45 นาที)
แบ่งส่วนตลาด
เลือกกลุ่มเป้าหมาย
กำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์
นำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ได้แก่
แผนทางด้านผลิตภัณฑ์
แผนทางด้านช่องทางในการจัดจำหน่าย
แผนทางด้านราคา
แผนการทางด้านการสื่อสารฯประชาสัมพันธ์

ประมาณนี้ ไว้ค่อยมา update เพิ่มเติม
0